
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๔. ดูกรคหบดี สุข ๔ ประการนี้ อันคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม พึงได้ตามกาลตามสมัย คือ (๑) สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์ (๒) สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค (๓) สุขเกิดแต่ความไม่เป็นหนี้ (๔) สุขเกิดแต่การประกอบการงานที่ปราศจากโทษ (๓๒/๑๑๔ อันนนาถสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับท่านอนาถปิณฑิกคฤหบดี) |
|
๕. ดูกรพยัคฆปัชชะ ธรรม ๔ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขในปัจจุบันแก่กุลบุตร ๔ ประการเป็นไฉน คือ (๑) อุฏฐานสัมปทา (คือ ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจ เครื่องเลี้ยงชีวิตก็ดี ในการศึกษาเล่าเรียนก็ดี ในการทำธุระหน้าที่ของตนก็ดี) (๒) อารักขสัมปทา (คือ ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือ รักษาทรัพย์ที่แสวงมาได้ด้วยความหมั่นไม่ให้เสื่อมเสียไปก็ดี) (๓) กัลยาณมิตตตา (คือ ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว) (๔) สมชีวิตา (คือ ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ ไม่ให้ฝืดเคืองนัก ไม่ให้ฟูมฟายนัก) ดูกรพยัคฆปัชชะ โภคทรัพย์ที่เกิดโดยชอบอย่างนี้แล้ว ย่อมมีทางเสื่อม ๔ ประการ คือ (๑) เป็นนักเลงหญิง (๒) เป็นนักเลงสุรา (๓) เป็นนักเลงการพนัน (๔) มีมิตรชั่ว สหายชั่ว เพื่อนชั่ว ดูกรพยัคฆปัชชะ ธรรม ๔ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสุขในภายหน้าแก่กุลบุตร ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ (๑) สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา (คือ เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ เช่น เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น) (๒) สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล (คือ รักษากายวาจาเรียบร้อยดีไม่มีโทษ) (๓) จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการบริจาคทาน (คือ การเฉลี่ยสุขให้แก่ผู้อื่น) (๔) ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา (คือ รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น) (๓๕/๓๕๕-๓๕๙ ทีฆชาณุสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับโกฬิยบุตร ชื่อ ทีฆชาณุ) |
|
๖. ดูกรคฤหบดี ประโยชน์ที่จะพึงถือเอาแต่โภคทรัพย์ ๕ ประการ ๕ ประการเป็นไฉน คือ (๑) เลี้ยงตนให้เป็นสุข เลี้ยงบิดามารดา บุตร ภริยา ทาสกรรมกรให้เป็นสุข (๒) เลี้ยงมิตรสหายให้เป็นสุข (๓) ป้องกันอันตรายที่เกิดแต่ภัยต่างๆ (๔) ทำพลี ๕ อย่างคือ (๑) ญาติพลี (บำรุงญาติ) (๒) อติถิพลี (ต้อนรับแขก) (๓) ปุพพเปตพลี (บำรุงญาติผู้ตายไปแล้ว) (๔) ราชพลี (บำรุงราชการ คือ บริจาคทรัพย์ช่วยชาติ เสียภาษี) (๕) เทวตาพลี (ทำบุญอุทิศให้เทวดา) (๕) บำเพ็ญทักษิณา (๓๓/๖๓-๖๔ อาทิยสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับท่านอนาถปิณฑิกคฤหบดี) |
|
๗. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตระกูลใดตระกูลหนึ่งถึงความเป็นใหญ่ในโภคทรัพย์แล้วย่อมไม่ตั้งอยู่ได้นานเพราะสถาน ๔ หรือสถานใดสถานหนึ่งบรรดาสถาน ๔ นั้น สถาน ๔ เป็นไฉน คือ (๑) ไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว (๒) ไม่ซ่อมแซมพัสดุที่คร่ำคร่า (๓) ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค (๔) ตั้งสตรีหรือบุรุษทุศีลให้เป็นพ่อบ้านแม่เรือน (๓๒/๔๐๕-๔๐๖ อภิญญาวรรค) |
|
๘. ผู้ครองเรือนไม่ควรคบหญิงสาธารณะเป็นภรรยา ไม่ควรบริโภคอาหารมีรสอร่อยแต่ผู้เดียว ไม่ควรส้องเสพถ้อยคำอันให้ติดอยู่ในโลก ไม่ให้สวรรค์นิพพาน เพราะถ้อยคำเช่นนั้น ไม่ทำให้ปัญญาเจริญ ผู้ครองเรือนพึงเป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยวัตร ไม่ประมาท มีปัญญาเครื่องสอดส่องเหตุผล มีความประพฤติถ่อมตน ไม่เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น เป็นผู้สงบเสงี่ยมกล่าวถ้อยคำจับใจ อ่อนโยน ผู้ครองเรือนพึงเป็นผู้ใคร่ธรรม จำทรงอรรถธรรมที่ได้สดับมาแล้ว หมั่นไต่ถาม พึงเข้าไปหาท่านผู้มีศีลเป็นพหูสูตโดยเคารพ (๔๕/๔๗๙-๔๘๐ วิธุรชาดก) |

