

| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๓๓. ผู้กล่าวคำเท็จย่อมเข้าถึงนรก อนึ่ง ผู้ทำกรรมอันลามกแล้วกล่าวว่าไม่ได้ทำ ก็ย่อมเข้าถึงนรกอย่างเดียวกัน แม้คนทั้งสองนั้น เป็นมนุษย์มีกรรมอันเลวทราม ละไปแล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในโลกเบื้องหน้า (๓๙/๖๑๘-๖๑๙ โกกาลิกสูตร) |
|
๓๔. บุคคลใดประกาศตนอันมีอยู่โดยอาการอย่างอื่น ให้เขารู้โดยอาการอย่างอื่น บุคคลนั้นลวงปัจจัยเขากินด้วยความเป็นขโมย เหมือนความลวงกินแห่งพรานนก ก็บุคคลทำกรรมใดควรพูดถึงกรรมนั้น ไม่ทำกรรมใด ก็ไม่ควรพูดถึงกรรมนั้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมรู้จักบุคคลนั้น ผู้ไม่ทำมัวแต่พูดอยู่ (๒๓/๔ภ-๔๔ อุชฌานสัญญีสูตร) |
|
๓๕. พึงทำอย่างใด พึงพูดอย่างนั้น บัณฑิตทั้งหลายย่อมกำหนดรู้ว่า บุคคลผู้ไม่ทำดีแต่พูดนั้นมีมาก (๔๑/๔๓๕ พากุลเถรคาถา) |
|
๓๖. การนินทาหรือการสรรเสริญนี้มีมาแต่โบราณ มิใช่มีเพียงวันนี้ คนย่อมนินทา แม้ผู้นั่งนิ่ง แม้ผู้พูดมาก แม้ผู้พูดพอประมาณ ผู้ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก บุรุษผู้ถูกนินทาโดยส่วนเดียว หรือถูกสรรเสริญโดยส่วนเดียว ไม่มีแล้ว จักไม่มี และไม่มีในบัดนี้ (๓๘/๕๙ คาถาธรรมบท) |
|
๓๗. บุคคลพึงกำหนดรักษาวาจาให้เป็นปรกติ ในผู้สะอาด มีศีลเป็นที่รัก และมีคุณดีงามทั้งหลาย (๓๙/๖๒๒ โกกาลิกสูตร) |
|
๓๘. หากว่าวาจาแม้ตั้งพันประกอบด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ไซร้ บทอันเป็นประโยชน์บทหนึ่งที่บุคคลฟังแล้วย่อมสงบ ประเสริฐกว่า (๓๘/๓๗ คาถาธรรมบท) |
|
๓๙. บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตน (แก่ความชั่ว) ไม่พึงสละซึ่งตน (แก่ความชั่ว) วาจาที่ดีควรปล่อย (เพื่อผู้อื่น) แต่วาจาที่ลามกไม่ควรปล่อย (เพื่อผู้อื่น) (๒๓/๘๔ กามสูตร) |
|
๔๐. ดูกรราหุล เรากล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความละอายในการกล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่ ที่จะไม่ทำบาปกรรมแม้น้อยหนึ่งไม่มี ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุนั้นแหละ ราหุลเธอพึงศึกษาว่า เราจักไม่กล่าวมุสา แม้เพราะหัวเราะกันเล่น ดูกรราหุล เธอพึงศึกษาอย่างนี้แล (๑๙/๑๕๙-๑๖๐ จูฬราหุโลวาทสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับท่านพระราหุล) |

