พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

     ๑. บุคคลพึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ ผู้เปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน

     (๔๒/๓๖ สารัมภชาดก)

     ๒. บุคคลพึงกล่าวแต่คำที่ไพเราะในกาลไหนๆ

     (๔๒/๑๒ นันทิวิสาลชาดก)

     ๓. บุคคลพึงกล่าวแต่วาจาที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน และไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น วาจานั้นแลเป็นสุภาษิต

         บุคคลพึงกล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รัก ที่ชนทั้งหลายชื่นชมแล้ว ไม่ถือเอาคำที่ชั่วช้าทั้งหลาย กล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รักแก่ชนเหล่าอื่น

         คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย ธรรมนี้เป็นของมีมาแต่เก่าก่อน สัตบุรุษทั้งหลายเป็นผู้ตั้งมั่นแล้วในคำสัตย์ ที่เป็นอรรถและเป็นธรรม

         พระพุทธเจ้าตรัสพระวาจาใด ซึ่งเป็นวาจาเกษม เพื่อให้ถึงพระนิพพาน เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์ พระวาจานั้นแล เป็นสูงสุดกว่าวาจาทั้งหลาย ดังนี้

     (๒๔/๓๘๓ สุภาษิตสูตร)

     ๔. ผู้ที่ต้องการจะให้ตนเป็นที่รักของประชาชน พึงกล่าวแต่คำสละสลวย พูดพอประมาณ ไม่ฟุ้งซ่าน ถ้อยคำของผู้แสดงอรรถและธรรมเป็นถ้อยคำไพเราะ

     (๔๒/๑๔๔ สุชาตาชาดก)

     ๕. สัตบุรุษทั้งหลาย ได้กล่าววาจาสุภาษิตว่า เป็นที่หนึ่ง บุคคลพึงกล่าววาจาที่เป็นธรรม ไม่พึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นธรรม เป็นที่สอง บุคคลพึงกล่าววาจาอันเป็นที่รัก ไม่พึงกล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก เป็นที่สาม บุคคลพึงกล่าววาจาจริง ไม่พึงกล่าววาจาเท็จ เป็นที่สี่ ดังนี้

     (๒๔/๓๘๒ สุภาษิตสูตร)

     ๖. ท่านอย่าได้กล่าวคำหยาบกะใครๆ ผู้ที่ท่านกล่าวแล้วพึงกล่าวตอบท่าน เพราะว่าถ้อยคำแข่งดีให้เกิดทุกข์

     (๓๘/๔๒ คาถาธรรมบท)

     ๗. ชนทั้งหลาย ย่อมไม่รู้จักคนที่ไม่พูด ว่าเจือด้วยพาลหรือบัณฑิต แต่ย่อมรู้จักคนที่พูดผู้แสดงทางอมฤตอยู่ บุคคลพึงกล่าวธรรม พึงส่องธรรม พึงประคองธงชัยของฤาษี ฤาษีทั้งหลายมีสุภาษิตเป็นธง ธรรมนั่นเองเป็นธงชัยของพวกฤาษี ดังนี้

     (๒๕/๔๕๔ วิสาขสูตร)

     ๘. ปราชญ์ควรโอวาทสั่งสอน ควรห้ามผู้อื่นจากธรรมที่มิใช่ของสัตบุรุษ แต่บุคคลเห็นปานนั้น ย่อมเป็นที่รักใคร่ของสัตบุรุษเท่านั้น ไม่เป็นที่รักใคร่ของอสัตบุรุ

     (๔๑/๕๘๘ สารีปุตตเถรคาถา)

เชิญร่วมบุญ