พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner)

     ๑๔. สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ถูกราคะและโทสะปกคลุมแล้ว อันอวิชชาหุ้มห่อแล้ว เพลิดเพลินรูปที่น่ารัก ย่อมดื่มสุราและเมรัย เสพเมถุน เป็นผู้ไม่รู้แจ้ง ยินดีรับทองและเงิน

           สมณพราหมณ์พวกหนึ่งย่อมเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพ อุปกิเลสอันเป็นเหตุให้สมณพราหมณ์พวกหนึ่งไม่สง่า ไม่รุ่งเรือง ไม่ไพโรจน์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ มีธุลีคือกิเลส เป็นผู้อันความมืดรัดรึงแล้ว เป็นทาสแห่งตัณหา อันตัณหานำไปด้วยดี ย่อมยังอัตภาพอันหยาบให้เจริญ ย่อมยินดีภพใหม่เหล่านี้ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ตรัสไว้แล้ว

     (๓๒/๙๐-๙๑ อุปกิเลสสูตร)

     ๑๕. เธอทั้งหลายจงเปลื้องราคะและโทสะเสีย เหมือนมะลิปล่อยดอกที่เหี่ยวแห้งแล้ว ฉะนั้น

     (๓๘/๘๖ คาถาธรรมบท)

     ๑๖. นรชนผู้มีปัญญา ตั้งมั่นแล้วในศีล อบรมจิตและปัญญาให้เจริญอยู่ เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตนรอด ภิกษุนั้นพึงถางรกชัฏนี้ได้

           ราคะก็ดี โทสะก็ดี อวิชชาก็ดี บุคคลทั้งหลายใดกำจัดเสียแล้ว บุคคลทั้งหลายนั้น เป็นผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว เป็นผู้ไกลจากกิเลส

           ตัณหาเป็นเครื่องยุ่งอันบุคคลทั้งหลายนั้นสางเสียแล้ว นามก็ดี รูปก็ดี ปฏิฆสัญญาและรูปสัญญาก็ดี ย่อมดับหมดในที่ใด ตัณหาเป็นเครื่องยุ่งนั้นย่อมขาดไปในที่นั้น

     (๒๓/๒๕ ชฏสูตร)

     ๑๗. ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี ผู้จับเสมอด้วยโทสะไม่มี ข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี

     (๓๘/๖๓ คาถาธรรมบท)

     ๑๘. ไฟคือราคะ ย่อมเผาสัตว์ผู้กำหนัดแล้ว หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย ส่วนไฟคือโทสะ ย่อมเผานรชนผู้พยาบาท มีปรกติฆ่าสัตว์ ส่วนไฟคือโมหะ ย่อมเผานรชนผู้ลุ่มหลง ไม่ฉลาดในอริยธรรม ไฟ ๓ กองนี้ ย่อมตามเผาหมู่สัตว์ผู้ไม่รู้สึกว่าเป็นไฟ ผู้ยินดียิ่งในกายตน ทั้งในภพนี้และภพหน้า สัตว์เหล่านั้นย่อมพอกพูนนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานอสุรกายและปิตติวิสัย เป็นผู้ไม่พ้นไปจากเครื่องผูกแห่งมาร

           สัตว์เหล่าใดประกอบด้วยความเพียรในพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งกลางคืนกลางวัน สัตว์เหล่านั้นผู้มีความสำคัญอารมณ์ว่าไม่งามอยู่เป็นนิจ ย่อมด้ับไฟคือราคะได้ ส่วนสัตว์ทั้งหลายผู้สูงสุดในนรชน ย่อมดับไฟคือโทสะได้ด้วยเมตตา และดับไฟคือโมหะได้ด้วยปัญญาอันเป็นเครื่องให้ถึงความชำแรกกิเลส

           สัตว์เหล่านั้นมีปัญญาเป็นเครื่องรักษาตน ไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน ดับไฟคือราคะเป็นต้นได้ ย่อมปรินิพพานโดยไม่มีส่วนเหลือ ล่วงทุกข์ได้ไม่มีส่วนเหลือ บัณฑิตทั้งหลายผู้เห็นอริยสัจ ผู้ถึงที่สุดแห่งเวท รู้แล้วโดยชอบด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ยิ่งซึ่งความสิ้นไปแห่งชาติ ย่อมไม่มาสู่ภพใหม่

     (๓๘/๔๑๕-๔๑๖ อัคคิสูตร)

     ๑๙. สัตว์โลกมีโมหะเป็นเครื่องผูกพัน ย่อมปรากฏเหมือนสมบูรณ์ด้วยเหตุ คนพาลมีอุปธิเป็นเครื่องผูกพัน ถูกความมืดหุ้มห่อแล้ว ย่อมปรากฏเหมือนว่าเที่ยงยั่งยืน กิเลสเครื่องกังวลย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นอยู่

     (๓๘/๒๕๙-๒๖๐ อุเทนสูตร)

เชิญร่วมบุญ