
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๔๗. ผู้มีกายสะอาด มีวาจาสะอาด มีใจสะอาด ไม่มีอาสวะ เป็นผู้สะอาด ถึงพร้อมด้วยความสะอาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นผู้ล้างบาปเสียแล้ว (๓๑/๔๓๘ โสเจยยสูตร) |
|
๔๘. บุคคลใดรู้อัตภาพของผู้อื่น และอัตภาพของตนเป็นต้นในโลก ไม่มีกิเลสเป็นเหตุให้หวั่นไหวในโลกไหนๆ เรากล่าวว่าบุคคลนั้นสงบระงับแล้ว ไม่มีทุจริตอันทำให้จิตกลุมมัวดุจควันไฟ ไม่มีกิเลสอันกระทบใจ หาความทะเยอทะยานมิได้ ห้ามชาติและชราได้แล้ว (๓๑/๒๑๓ อานันทสูตร) |
|
๔๙. บุคคลใดรู้แจ้งหนทางอันจะปลดเปลื้องสัตว์ทั้งปวงเสียจากบ่วงแห่งมัจจุ ประกาศเณยยธรรมอันเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ อนึ่ง ชนเป็นอันมากย่อมเลื่อมใสเพราะเห็น หรือสดับบุคคลใด เราเรียกบุคคลนั้นซึ่งเป็นผู้ฉลาดต่อธรรมอันเป็นทางและมิใช่ทาง ผู้ทำกิจเสร็จแล้ว หาอาสวะมิได้ เป็นผู้รู้แล้ว มีสรีระในภพเป็นที่สุด ว่าเป็นมหาบุรุษ (๓๒/๖๓ วัสสการสูตร) |
|
๕๐. ความยินดีย่อมครอบงำธีรชนไม่ได้ ความไม่ยินดีไม่อาจครอบงำธีรชน ธีรชนย่อมครอบงำความไม่ยินดีได้ เพราะธีรชนเป็นผู้ครอบงำความไม่ยินดี กิเลสอะไรจะมากางกั้นบุคคลผู้บรรเทากิเลสเสียได้ มีปรกติละกรรมทั้งปวงได้เด็ดขาด ใครควรเพื่อจะติเตียนบุคคลนั้น ผู้เป็นประดุจแท่งทองชมพูนุท แม้เทวดาก็เชยชม แม้พรหมก็สรรเสริญ (๓๒/๔๘ วังสสูตร) |
หมวดถัดไป ๔.๑ หมวดกิเลส
กลับสู่เมนู อ่านพระไตรปิฎกและรวมคำสอนจากพระโอษฐ์ที่นี่

