
| ขออนุโมทนากับเจ้าของภาพ (Thank you, Image owner) |
|
๔๔. ผู้ใดถึงความดับกิเลสด้วยมรรคที่ตนอบรมแล้ว ข้อความสงสัยเสียได้ ละความไม่เป็นและความเป็นได้เด็ดขาด อยู่จบพรหมจรรย์ มีภพใหม่สิ้นแล้ว ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่าเป็นภิกษุ ผู้ใดวางเฉยในอารมณ์มีรูปเป็นต้นทั้งหมด มีสติ ไม่เบียดเบียนสัตว์ในโลกทั้งปวง ข้ามโอฆะได้แล้ว เป็นผู้สงบ ไม่ขุ่นมัว ไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้น ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่าผู้สงบเสงี่ยม ผู้ใดอบรมอินทรีย์แล้ว แทงตลอดโลกนี้และโลกอื่นทั้งภายในทั้งภายนอกในโลกทั้งปวง รอเวลาสิ้นชีวิตอยู่ อบรมตนแล้ว ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่าผู้ฝึกตนแล้ว ผู้พิจารณาสงสารทั้งสองอย่าง คือ จุติและอุบัติ ตลอดทั้งกัปทั้งสิ้นแล้ว ปราศจากธุลี ไม่มีกิเลสเครื่องยียวน ผู้หมดจด ถึงความสิ้นไปแห่งชาติ ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวผู้รู้ ผู้ใดลอยบาปทั้งหมดแล้ว เป็นผู้ปราศจากมลทิน มีจิตตั้งมั่นดี ดำรงตนมั่น ก้าวล่วงสงสารได้แล้ว เป็นผู้สำเร็จกิจ (เป็นผุ้บริบูรณ์ด้วยคุณมีศีลเป็นต้น) ผู้นั้นอันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยแล้ว เป็นผู้คงที่ บัณฑิตกล่าวว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใดมีกิเลสสงบแล้ว ละบุญและบาปได้แล้ว ปราศจากกิเลสธุลี รู้โลกนี้และโลกหน้าแล้ว ล่วงชาติและมรณะได้ ผู้คงที่เห็นปานนั้น บัณฑิตกล่าวว่าเป็นสมณะ ผู้ใดล้างบาปได้หมดในโลกทั้งปวง คือ อายตนะภายในและภายนอกแล้ว ย่อมไม่มาสู่กัปในเทวดาและมนุษย์ ผู้สมควร ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่าผู้ล้างบาป ผู้ใดไม่กระทำบาปอะไรๆ ในโลก สลัดออกซึ่งธรรมเป็นเครื่องประกอบและเครื่องผู้ได้หมด ไม่ข้องอยู่ในธรรมเป็นเครื่องข้อง มีขันธ์เป็นต้นทั้งปวง หลุดพ้นเด็ดขาด ผู้คงที่เห็นปานนั้น บัณฑิตกล่าวว่าเป็นนาค (๓๙/๕๗๖-๕๗๘ สภิยสูตร) |
|
๔๕. ภิกษุชื่อว่า "สมณะ" นั้น เป็นผู้ระงับเสียแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก อันให้เศร้าหมอง นำให้เกิดในภพใหม่ ให้มีความกระวนกระวาย มีวิบากเป็นทุกข์ ให้มีชาติ ชรา มรณะต่อไป ภิกษุชื่อว่า "พราหมณ์" นั้น เป็นผู้ลอยเสียแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก... ภิกษุชื่อว่า "นหาตกะ" นั้น เป็นผู้อาบล้างเสียแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก... ภิกษุชื่อว่า "เวทคู" นั้น เป็นผู้รู้แจ้งแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก... ภิกษุชื่อว่า "โสตติยะ" นั้น เป็นผู้ให้หลับไปหมดแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก... ภิกษุชื่อว่า "อริยะ" นั้น เป็นผู้ห่างไกลแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก... ภิกษุชื่อว่า "อรหันต์" นั้น เป็นผู้กำจัดเสียแล้วซึ่งเหล่าอกุศลธรรมอันลามก อันให้เศร้าหมอง ทำให้เกิดในภพใหม่ ให้กระวนกระวาย มีวิบากเป็นทุกข์ ให้มีชาติ ชรา มรณะ ต่อไป (๑๘/๕๗๖-๕๗๗ มหาอัสสุปุรสูตร) |
|
๔๖. ผู้ใด มีจิตฟุ้งซ่าน มีความดำริไม่มั่นคง เช่นกับมฤค ยินดีในธรรมของอสัตบุรุษ ย่อมกล่าวคำเพ้อเจ้อเป็นอันมาก ผู้นั้นมีความเห็นลามก ปราศจากความเอื้อเฟื้อ ตั้งอยู่ไกลจากความเป็นผู้มั่นคง ส่วนผู้ใด สมบูรณ์ด้วยศีล เป็นผู้สดับ มีปฏิภาณ ประกอบในธรรมอันทำความมั่นคง ย่อมเห็นแจ้งอรรถแห่งอริยสัจด้วยปัญญา เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ไม่มีกิเลสอันเป็นประดุจหลักตอ มีไหวพริบ มีชาติและมรณะอันละได้แล้ว เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์สมบูรณ์ เรากล่าวผู้นั้นว่าเป็นเถระ อาสวะของภิกษุใดไม่มี เพราะสิ้นอาสวะทั้งหลาย เราเรียกภิกษุนั้นว่าเถระ (๓๒/๓๗-๓๘ อุรุเวลสูตร) |

