พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

     ๑. ร่างกายนี้เป็นของไม่เที่ยง เป็นรังแห่งโรค คือ ความตาย ถูกความตายและความเสื่อมโทรมบีบคั้นแล้ว

     (๔๑/๖๐๖ ตาลปุฏเถรคาถา)

     ๒. อัคคิเวสสนะ ก็กายนี้มีรูป เป็นที่ประชุมมหาภูตทั้งสี่ มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด เจริญด้วยข้าวสุกและขนมสด ตองอบและขัดสีกันเป็นนิจ มีความแตกกระจัดกระจายเป็นธรรมดา ท่านควรพิจารณาโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เป็นความลำบาก เป็นความเจ็บไข้ เป็นดังผู้อื่น เป็นของทรุดโทรม เป็นของว่างเปล่า เป็นของมิใช่ตน

          เมื่อท่านพิจารณาเห็นกายนี้โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เป็นความลำบาก เป็นความเจ็บไข้ เป็นดังผู้อื่น เป็นของทรุดโทรม เป็นของว่างเปล่า เป็นของมิใช่ตนอยู่ ท่านย่อมละความพอใจในกาย ความเยื่อใยในกาย ความอยู่ในอำนาจของกายในกายได้

     (๑๙/๓๑๐ ทีฆนสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับปริพาชก ชื่อทีฆนขะ)

     ๓. จงมาดูอัตภาพอันวิจิตร มีกายเป็นแผล อันคุมกันอยู่แล้ว กระสับกระส่ายเป็นที่ดำริของชนเป็นอันมาก ไม่มีความยั่งยืนมั่นคง

         จงมาดูรูปอันวิจิตรด้วยแก้วมณีและกุณฑล มีกระดูกอันหนังหุ้มห่อไว้ งามพร้อมด้วยผ้า(ของหญิง) เท้าที่ย้อมด้วยสีแดงสด หน้าที่ไล้ด้วยจุรณ พอจะหลอดคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่ง คือ พระนิพพานไม่ได้

         ผมที่แต่งงาม ตาที่เยิ้มด้วยยาหยอด กายเน่าอันประดับด้วยเครื่องอลังการ ประดุจทนานยาหยอดอันใหม่วิจิตร พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่ง คือ พระนิพพานไม่ได้

         ท่านเป็นดังพรานเนื้อวางบ่วงไว้ แต่เนื้อไม่ติดบ่วง เมื่อพรานเนื้อกำลังคร่ำครวญอยู่ เรากินแต่อาหารแล้วก็ไป

     (๒๐/๔๕๗ รัฐปาลสูตร)

     ๔. นรชนผู้ยังคลุกคลีอยู่ในกามคุณ เป็นผู้ตระเตรียมไปสู่ความตายเป็นนิตย์ เป็นผู้ตั้งอยู่ในที่ใกล้มัจจุราช จักต้องทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้เอง

          กายนี้อันอวิชชาหุ้มห่อแล้ว ผูกรัดด้วยเครื่องผูก ๔ ประการ จมอยู่ในห้วงน้ำ คือ กิเลส ปกคลุมไว้ด้วยข่าย คือ กิเลส อัันนอนเนื่องอยู่ในสันดาน ประกอบแล้วในนิวรณ์ ๕ เพรียบพร้อมด้วยวิตก ประกอบด้วยรากเง่าแห่งภพ คือ ตัณหา ปกปิดด้วยเครื่องปกปิด คือ โมหะ หมุนไปด้วยเครื่องหมุน คือ กรรม

          ร่างกายนี้ย่อมมีสมบัติกับวิบัติเป็นคู่กัน มีความเป็นต่างๆ เป็นธรรมดา ปุถุชนคนอันธพาลเหล่าใด มายึดถือร่างกายนี้ว่าเป็นของเรา ย่อมยังสงสาร (การเวียนว่ายตายเกิด) อันน่ากลัวให้เจริญ ปุถุชนเหล่านั้น ย่อมถือเอาภพใหม่อีก

          กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตเหล่าใด ละเว้นร่างกายนี้อันฉาบทาแล้วด้วยคูถ ดังบุรุษผู้ประสงค์ความสุข อยากมีชีวิตอยู่ เห็นอสรพิษแล้วหลีกหนีไป ฉะนั้น กุลบุตรเหล่านั้นละอวิชชาอันเป็นรากเง่าแห่งภพแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักนิพพาน

     (๔๑/๕๐๔-๕๐๕ กัปปเถรคาถา)

     ๕. ความพอใจในเมถุนธรรม ไม่ได้มีแก่เรา เพราะได้เห็นนางตัณหา นางอรดีและนางราคาเลย ความพอใจในเมถุนธรรมอย่างไรจักมี เพราะได้เห็นสรีระแห่งธิดาของท่านอันเต็มไปด้วยมูตรและคูณเล่า เราไม่ปรารถนาจะถูกต้องสรีระแห่งธิดาของท่านนั้นแม้ด้วยเท้า

     (๓๙/๖๖๖ มาคันทิยสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสกับมาคันทิยพราหมณ์)

     ๖. เราติเตียนร่างกายอันเต็มไปด้วยของน่าเกลียด มีกลิ่นเหม็น เป็นฝักฝ่ายแห่งมาร ชุ่มไปด้วยกิเลส มีช่อง ๙ ช่องเป็นที่ไหลออกแห่งของไม่สะอาดเป็นนิตย์

     (๔๑/๔๔๕ นันทกเถรคาถา)

เชิญร่วมบุญ