|
๑. ขันติ คือ ความอดทนเป็นตบะอย่างยิ่ง (๑๕/๖๙ มหาปทานสูตร) |
|
๒. บุคคลพึงอดทนถ้อยคำของคนผู้ประเสริฐกว่าได้เพราะความกลัว พึงอดทนถ้อยคำของคนที่เสมอกันได้เพราะการแข่งขันเป็นเหตุ ส่วนผู้ใดในโลกนี้ พีงอดทนถ้อยคำของคนที่เลวกว่าได้ สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวความอดทนของผู้นั้นว่าสูงสุด (๔๓/๗๗๙ สรภังคชาดก) |
|
๓. บุคคลผู้ถูกขับไล่จากแว่นแคว้นของตน ไปอยู่ยังถิ่นอื่นแล้ว ควรสร้างฉางใหญ่ไว้สำหรับเก็บคำหยาบคายทั้งหลาย บุคคลอยู่ในสำนักคนผู้ไม่รู้จักชาติและโคตรของตน ไม่พึงทำการถือตัวในที่ๆ ไม่มีใครรู้จักตน โดยชาติหรือโดยวินัย บุคคลผู้มีปัญญา แม้เปรียบเสมอด้วยไฟ เมื่อไปอยู่ต่างถิ่นไกล พึงอดทน แม้จะเป็นคำขู่ตะคอกของทาสก็ตาม (๔๒/๑๗๖ ทัททรชาดก) |
|
๔. ชนพาลกล่าวคำหยาบด้วยวาจา ย่อมสำคัญว่าชนะทีเดียว แต่ความอดกลั้นได้ เป็นความชนะของบัณฑิตผู้รู้แจ้งอยู่ (๒๔/๓๒๗ อสุรินทกสูตร) |
|
๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ เป็นคนสงบเสงี่ยมจัด เป็นคนอ่อนโยนจัด เป็นคนเรียบร้อยจัดได้ ก็เพียงชั่วเวลาที่ยังไม่ได้กระทบถ้อยคำอันไม่เป็นที่พอใจเท่านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใด เธอกระทบถ้อยคำอันไม่เป็นที่พอใจเข้า ก็ยังเป็นคนสงบเสงี่ยมอ่อนโยน เรียบร้อยอยู่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้นแหละควรถือว่า เธอเป็นคนสงบเสงี่ยม เป็นคนอ่อนโยน เป็นคนเรียบร้อยจริง (๑๗/๒๘๖ กกจูปมสูตร) |
|
๖. ภิกษุทั้งหลาย แม้ถ้าว่า ชนเหล่าอื่นพึงด่า พึงบริภาษ พึงโกรธ พึงเบียดเบียน พึงกระทบกระเทียบท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายไม่พึงกระทำความอาฆาต ไม่พึงกระทำความโทมนัส ไม่พึงกระทำความไม่ชอบใจในชนเหล่าอื่นนั้น เพราะเหตุนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย แม้ถ้าว่า ชนเหล่าอื่นพึงสักการะ พึงเคารพ พึงนับถือ พึงบูชาท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายไม่พึงกระทำความโสมนัส ไม่พึงกระทำความเย่อหยิ่งแห่งใจในปัจจัยทั้งหลาย มีสักการะเป็นต้นนั้น (๑๗/๓๑๖ อลคัททูปมสูตร) |
|
๗. ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากจะมีพวกโจรด้อมมองเอาเลื่อยที่มีที่จับทั้งสองข้าง เลื่อยอวัยวะใหญ่น้อยของพวกเธอ แม้ในเหตุนั้น ภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดมีใจคิดร้ายต่อโจรเหล่านั้น ภิกษุหรือภิกษุณีรูปนั้น ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทำตามคำสั่งสอนของเรา เพราะเหตุที่อดกลั้นไม่ได้ (๑๗/๒๙๒-๒๙๓ กกจูปมสูตร) |
|
๘. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทางแห่งถ้อยคำที่บุคคลอื่นจะพึงกล่าวกะท่านมีอยู่ ๕ ประการ คือ (๑) กล่าวโดยกาลอันสมควรหรือไม่สมควรก็ตาม (๒) กล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ตาม (๓) กล่าวด้วยถ้อยคำอ่อนหวานหรือคำหยาบคายก็ตาม (๔) กล่าวถ้อยคำประกอบด้วยประโยชน์หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ก็ตาม (๕) มีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าวก็ตาม ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แปรปรวน เราจักไม่เปล่งวาจาลามก เราจักอนุเคราะห์ด้วยสิ่งอันเป็นประโยชน์ เราจักมีจิตเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน เราจักแผ่เมตตาจิตไปถึงบุคคลนั้น และเราจักแผ่เมตตาจิตอันไพบูลย์ใหญ่ยิ่งหาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท ไปตลอดโลก ทุกทิศทุกทาง ซึ่งเป็นอารมณ์ของจิตนั้น ดังนี้ (๑๗/๒๘๗ กกจูปมสูตร) |


