|
๑. การไม่ทำบาปทั้งสิ้น ๑ การยังกุศลให้ถึงพร้อม ๑ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ๑ นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย (๑๕/๖๙ มหาปทานสูตร) |
|
๒. การไม่ว่าร้ายกัน ๑ การไม่เบียดเบียนกัน ๑ การสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑ ความเป็นผู้รูัจักประมาณในภัต ๑ ที่นอนและที่นั่งอันสงัด ๑ การประกอบความเพียรในอธิจิต ๑ นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย (๓๘/๑๗๘ ปิณดฑลภารทวาชสูตร) |
|
๓. การประพฤติธรรมเป็นความดี การประพฤติสม่ำเสมอเป็นความดี การประพฤติกุศลเป็นความดี การทำบุญเป็นความดี การไม่เบียดเบียนเป็นความดี การอนุเคราะห์แก่หมู่สัตว์เป็นความดี (๑๕/๓๙ มหาปทานสูตร) |
|
๔. การฟังเป็นความดี ความประพฤติมักน้อยเป็นความดี การอยู่โดยไม่ห่วงใยเป็นความดีทุกเมื่อ การถามสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นความดี การทำตามโอวาทโดยเคารพเป็นความดี กิจมีการฟังเป็นต้นนี้ เป็นเครื่องสงบของผู้ไม่มีกังวล (๔๑/๓๗๔ กุมาปุตตเถรคาถา) |
|
๕. คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่งาม พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไป ไม่งาม บัณฑิตมีความโกรธเป็นเจ้าเรือน ก็ไม่งาม (๔๒/๒๐๕ รถลัฏฐิชาดก) |
|
๖. บุคคลย่อมข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา ย่อมข้ามอรรณพได้ด้วยความไม่ประมาท ย่อมล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา (๓๙/๔๙๒ อาฬวกสูตร) |
|
๗. ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลกนี้ ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว นำความสุขมาให้ ความจริงเท่านั้นเป็นรสที่ดียิ่งกว่ารสทั้งหลาย คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญานักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ (๒๓/๗๙ วิตตสูตร) |
|
๘. สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความเข้าไปสงบสังขารเหล่านี้เป็นสุข (๒๔/๓๑๘ ปรินิพพานสูตร) |


